
แผนกู้เงินฉุกเฉิน 400,000 ล้านบาทของรัฐบาลไทย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงและเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด กำลังเผชิญการทดสอบทางกฎหมายที่อาจกำหนดขอบเขตการใช้อำนาจด้านเศรษฐกิจของฝ่ายบริหารในอนาคต ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องจากพรรคฝ่ายค้านภายใต้บทบัญญัติมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบว่าพระราชกำหนดกู้เงินดังกล่าวเข้าเกณฑ์ "กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนและหลีกเลี่ยงไม่ได้" เพียงพอหรือไม่ โดยมีกำหนดวินิจฉัยภายในเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะชี้ชะตาทั้งทิศทางมาตรการประคองเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นต่อนโยบายการคลังของรัฐบาลชุดใหม่
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาทเมื่อเดือนพฤษภาคม แบ่งใช้สองส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนแรก 200,000 ล้านบาทถูกออกแบบเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามแรงกดดันจากสงครามในตะวันออกกลางและความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน รวมถึงมาตรการอุดหนุนผู้บริโภคราว 176,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 200,000 ล้านบาทตั้งใจใช้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานหมุนเวียนและสะอาดในระยะยาว เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้เศรษฐกิจไทยต่อความผันผวนของตลาดน้ำมันโลก
อย่างไรก็ดี พรรคฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาชน ตั้งข้อโต้แย้งว่าเงื่อนไขความเร่งด่วนยังไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะต้องใช้องค์กรนิติบัญญัติทางลัดอย่างพระราชกำหนด แทนการออกพระราชบัญญัติปกติที่เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาอย่างละเอียด โดยเฉพาะในส่วนงบประมาณด้านพลังงานสะอาดที่ถูกวิจารณ์ว่ามีรายละเอียดคลุมเครือและควรได้รับการกลั่นกรองเชิงนโยบายมากกว่านี้ ฝ่ายค้านยอมรับเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด แต่ไม่เห็นด้วยกับการอาศัยช่องทางกฎหมายฉุกเฉินในการผลักดันงบประมาณขนาดใหญ่เช่นนี้
ในทางกลับกัน ฝ่ายรัฐบาลยืนยันความจำเป็นของการกู้เงิน โดยระบุว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นสร้างแรงกดดันโดยตรงต่อครัวเรือน เกษตรกร และภาคธุรกิจ ทำให้มาตรการบรรเทาผลกระทบต้องเดินหน้าอย่างรวดเร็ว นายเอกนิติ นิติธนปรัช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าหนี้สาธารณะไทยในปัจจุบันอยู่ที่ราว 66.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ต่ำกว่ากรอบเพดานกฎหมายที่ 70% และการกู้เงินครั้งนี้จะไม่ทำให้เกินขีดจำกัดทางกฎหมาย ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มองว่าการกู้เงินดังกล่าวเป็น "เครื่องมือขับเคลื่อนประเทศและป้องกันการอ่อนแรงของเศรษฐกิจ" โดยมีรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีอย่างนายภราดร ปริศนานันทกุล แสดงความมั่นใจต่อสื่อว่ารัฐบาล "ไม่ได้ทำอะไรผิด" และเชื่อว่าศาลจะยืนตามพระราชกำหนด
อย่างไรก็ตาม ผู้กำหนดนโยบายด้านการเงินและนักเศรษฐศาสตร์อิสระจำนวนหนึ่งเตือนว่าการกู้เงินวงเงินสูงจะลดทอนพื้นที่ทางการคลังของไทยในการรับมือกับความเสี่ยงเศรษฐกิจในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงที่การเติบโตชะลอตัวและโอกาสในการใช้นโยบายกระตุ้นเพิ่มเติมเริ่มจำกัด ลาวันยา เวงกะเตศวราน นักเศรษฐศาสตร์อาเซียนอาวุโสของธนาคาร OCBC มองว่าหากคำวินิจฉัยของศาลส่งผลให้แผนกู้เงินสะดุด อาจเพิ่มชั้นของความไม่แน่นอนต่อภาพรวมการเติบโต แม้ปัจจัยภายนอกเชิงบวกลักษณะหนึ่ง เช่น การส่งออกที่ยังทรงตัว มีโอกาสช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ก็ตาม ขณะเดียวกันก็มีข้อกังขาว่าการอัดฉีดเงินสดระยะสั้นให้ผู้มีรายได้น้อยจะเพียงพอในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยได้มากน้อยเพียงใด

System kaucyjny w Polsce przygotowuje się do pierwszego pełnego sezonu letniego z nową infrastrukturą. Ministerstwo Klimatu i Środowiska zapowiada uruchomienie mobilnych butelkomatów, które mają pojawić się w popularnych miejscowościach turystycznych, w tym przy plażach, oraz w pobliżu imprez plenerowych. Cel jest dwojaki: przechwycić rosnący w wakacje strumień pustych puszek i butelek oraz ułatwić turystom odzyskiwanie kaucji z dala od tradycyjnych punktów handlowych.
Po pół roku funkcjonowania systemu zebrano już 1,6 mld opakowań – poinformowały minister klimatu i środowiska Paulina Hennig-Kloska oraz wiceministra Anita Sowińska. Obowiązujący od 1 października 2025 r. mechanizm obejmuje plastikowe butelki do 3 litrów i metalowe puszki do 1 litra, objęte kaucją 50 groszy, oraz szklane butelki zwrotne 0,5 l z kaucją 1 zł. Opakowania są oznaczane ustandaryzowanym logo z napisem „kaucja” i kwotą zwrotu, a pieniądze można odzyskać bez okazywania paragonu, pod warunkiem że opakowanie nie jest zgniecione.
Latem sprzedaż napojów istotnie rośnie, co szczególnie mocno odczuwają kurorty nadmorskie i miejscowości organizujące koncerty czy festyny. Z tego powodu operatorzy systemu przygotowują się na wzmożony ruch. PolKa (Polska Kaucja) instaluje automaty w pobliżu plaż m.in. w Mielnie, Gąskach i Sarbinowie. Z kolei Kaucja.pl zapowiada stały monitoring sieci i wyznaczenie tzw. okien logistycznych w kurortach, aby szybciej odbierać zgromadzone opakowania w szczytach obciążenia. Dodatkowe, w tym mobilne, urządzenia mają pojawiać się również przy wydarzeniach plenerowych.
Wraz z rozbudową fizycznej sieci butelkomatów resort i operatorzy pracują nad cyfryzacją zwrotu kaucji. Rozważane są rozwiązania pozwalające na przelew środków bezpośrednio na kartę płatniczą oraz obsługa kaucji za pomocą aplikacji. Ministerstwo zapowiada także rozszerzenie systemu o jednorazowe opakowania szklane, a decyzje w sprawie zmian mają zapaść we wrześniu. Okres wakacyjny będzie dla systemu kaucyjnego kluczowym testem – zarówno pod względem logistyki, jak i akceptacji nowych, bardziej mobilnych i cyfrowych form zwrotu pieniędzy przez użytkowników.