ต่างชาติปักหลักระยะยาวหนุนเศรษฐกิจพัทยา รัฐเล็งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานรองรับผู้สูงอายุ

05.07.2026


ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่เหมาะสำหรับการเกษียณอายุอันดับหนึ่งในเอเชียและอันดับที่เก้าในโลก จากดัชนี Global Retirement Index 2026 ของสื่อสหรัฐ International Living สอดรับกับภาพพัทยาที่ถูกหยิบยกเป็นหนึ่งในเมืองปลายทางเกษียณชั้นนำของภูมิภาค โดยมีชาวต่างชาติหลากหลายสัญชาติเลือกใช้ชีวิตระยะยาวมากขึ้น ทั้งจากยุโรป สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐ อินเดีย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย ตะวันออกกลาง รวมถึงแรงงานเพื่อนบ้านจากเมียนมาและเวียดนามที่เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริการในพื้นที่

ดัชนีดังกล่าวให้คะแนนภาพรวมประเทศไทยที่ 80.0 คะแนน โดยโดดเด่นด้านค่าครองชีพซึ่งได้สูงถึง 96 คะแนน สะท้อนความรู้สึกของผู้เกษียณต่างชาติว่าประเทศไทยมอบคุณภาพชีวิตที่คุ้มค่ากับรายจ่ายเมื่อเทียบกับหลายประเทศ นอกจากนี้ไทยยังได้ 84 คะแนนด้านการพัฒนาและธรรมาภิบาล และ 79 คะแนนในหมวดระบบสาธารณสุข รวมถึงวีซ่าและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้เกษียณ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันประเทศสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ดึงดูดกลุ่มผู้มีกำลังจ่ายสูงทั้งด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การรักษาพยาบาลมูลค่าสูง และบริการดูแลผู้สูงอายุ

ขณะเดียวกัน เมืองพัทยาซึ่งเป็นหนึ่งในหัวหอกสำคัญของตลาดเกษียณและท่องเที่ยวระยะยาว กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ป้ายธุรกิจในหลายย่านการค้าเปลี่ยนเป็นภาษาต่างประเทศจำนวนมาก และมีผู้ประกอบการหรือเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ช่วยหนุนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวหลังช่วงซบเซา อย่างไรก็ดี การขยายตัวดังกล่าวกำลังกระตุ้นข้อถกเถียงในสังคมท้องถิ่น ว่าบทบาทผู้ประกอบการไทยและอัตลักษณ์วัฒนธรรมจะถูกรักษาไว้ได้มากน้อยเพียงใดท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์

เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ยังชี้ให้เห็นด้านกลับของความสำเร็จ ทั้งประเด็นธุรกิจผิดกฎหมาย แรงงานนอกระบบ ปัญหายาเสพติด และคนไร้ที่อยู่อาศัย ซึ่งชุมชนมองว่าจำเป็นต้องมาคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อรักษาความปลอดภัยและภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ท่ามกลางการที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณสุขเพื่อรองรับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในระยะยาว ความท้าทายของพัทยาและเมืองท่องเที่ยวหลักจึงอยู่ที่การหาสมดุลระหว่างการเป็นจุดหมายเกษียณระดับโลกกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับคนท้องถิ่นไปพร้อมกัน

Other news

Google stawia na Kraków. 300 nowych stanowisk pracy w kompleksie Tertium

05.07.2026


Google uruchomiło w Krakowie drugie biuro, wzmacniając rolę miasta jako jednego z kluczowych hubów inżynieryjnych koncernu na świecie. Nowa przestrzeń w kompleksie Tertium przy ul. Lublańskiej powstała na czterech piętrach budynku i oferuje 300 stanowisk pracy. Oprócz powierzchni biurowej przewidziano też laboratoria, sale konferencyjne, przestrzenie wspólne, stołówkę i kawiarnię.

Według dyrektorki krakowskiego oddziału Google Magdy Rabiej, lokalny zespół liczy obecnie ponad 400 specjalistów i nadal rośnie. Krakowskie centrum odgrywa istotną rolę w tworzeniu innowacji dla chmury obliczeniowej Google Cloud oraz systemów mobilnych. To z Krakowa rozwijane są fundamenty infrastruktury do przetwarzania danych, z których korzystają największe światowe przedsiębiorstwa.

Inżynierowie pracujący w dwóch krakowskich biurach – przy Rynku Głównym oraz w kompleksie Tertium – realizują projekty w ramach działu Platforms & Devices. Obejmują one m.in. innowacje w systemie Android, w tym rozwiązania na laptopy, tablety, komunikację biznesową oraz Android Auto, a także rozwój przeglądarki Chrome i całego ekosystemu webowego. W Krakowie prowadzone są również prace nad urządzeniami z linii Pixel oraz budową zaawansowanej infrastruktury inżynieryjnej (PDEIO), która wspiera te procesy.

Nowe biuro wpisuje się w szerszą obecność Google w Polsce. Koncern działa na rynku od 20 lat, a w biurach w Warszawie, Krakowie i we Wrocławiu zatrudnia łącznie około 3 tys. osób. Około 80 proc. polskiego zespołu stanowią programistki i programiści, co – według przedstawicieli firmy – czyni lokalny oddział jednym z najważniejszych ośrodków inżynieryjnych w globalnych strukturach Google.