
อมัล คลูนีย์ ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนระดับแถวหน้าของโลก เปิดใจว่าชีวิตของเธอ “ง่ายกว่า” ก่อนแต่งงานกับนักแสดงฮอลลีวูดอย่างจอร์จ คลูนีย์ แม้การใช้ชีวิตคู่กับหนึ่งในดาราดังที่สุดของวงการจะดูเหมือนความฝัน แต่สำหรับอมัล การเปลี่ยนผ่านจากมืออาชีพสายกฎหมายที่ควบคุมพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองได้เต็มที่ ไปสู่การเป็นครึ่งหนึ่งของคู่รักซูเปอร์สตาร์ กลายเป็นความท้าทายที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวอย่างจริงจัง
ระหว่างการปรากฏตัวในงาน Cartier Dialogues และงาน Cartier Women's Initiative ที่กรุงเทพฯ อมัลเล่าว่า ก่อนพบจอร์จในปี 2013 เธอสามารถแบ่งแยกชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัวออกจากกันอย่างชัดเจน “ฉันเคยมีชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งสามารถดูแตกต่างกันได้มาก และฉันก็ทำให้สองโลกนี้ไม่ต้องมาชนกัน” เธอกล่าว แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างมากหลังทั้งคู่แต่งงานกันในเดือนกันยายน 2014 และต่อมามีลูกฝาแฝด อเล็กซานเดอร์และเอลลา ในปี 2017
อมัลอธิบายว่า สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การใช้ชีวิตภายใต้สปอตไลต์ของฮอลลีวูดโดยตรง แต่คือการต้องรับมือกับ “มุมมองด้านเดียว” ที่สังคมอาจมีต่อเธอ เธอยอมรับว่าในช่วงแรกเธอระมัดระวังเป็นพิเศษต่อภาพลักษณ์ของตัวเอง เพราะกังวลว่าการแต่งกายหรือการออกงานในพื้นที่สาธารณะอาจส่งผลต่อการรับรู้ของผู้พิพากษาในห้องพิจารณาคดี “ตอนแรกฉันคิดมากว่า ฉันคงใส่ชุดแบบนี้หรือทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะวันจันทร์ต้องไปยืนต่อหน้าผู้พิพากษา” เธอกล่าว พร้อมย้ำว่าความกังวลนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “การเรียนรู้เส้นทางใหม่ของการถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ”
อย่างไรก็ตาม ทนายความวัย 48 ปีบอกว่ามุมมองของเธอเปลี่ยนไปเมื่อเวลาผ่านไป อมัลระบุว่าเธอเลือกจะสละความเป็นส่วนตัวบางส่วน เพื่อแลกกับการได้รักและใช้ชีวิตกับสามีและลูก ๆ อย่างเปิดเผยและเต็มที่ “สุดท้ายแล้ว มันไม่สำคัญเท่าการใช้ชีวิตของคุณ และถ้าคุณเก่งในสิ่งที่คุณทำ ผลงานมันจะพูดแทนตัวคุณเอง” เธอกล่าว พร้อมเสริมว่า เธอจะไม่ยอมให้ปัจจัยเรื่องภาพลักษณ์มาขัดขวางการตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญต่อครอบครัวหรือความสัมพันธ์ของเธอ
แม้จะเป็นหนึ่งในคู่รักที่ถูกจับตามองมากที่สุดของฮอลลีวูด แต่อมัลและจอร์จพยายามรักษาสมดุลระหว่างชีวิตต่อหน้าสื่อกับความเป็นส่วนตัวของครอบครัว ทั้งคู่ใช้เวลาเป็นส่วนใหญ่ที่ที่ดินในแคว้นบรีญโญล ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เลี้ยงดูลูกฝาแฝดให้เติบโตห่างจากแฟลชกล้องและปาปารัสซี จอร์จเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร GQ ว่าทั้งคู่ “ต้องทำงานอย่างหนัก” เพื่อปกป้องไม่ให้ภาพของลูกหลุดสู่สาธารณะ โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับประเด็นอ่อนไหวและ “ตัวละครที่อันตราย” ในระดับนานาชาติ การจัดการกับชื่อเสียงระดับโลกควบคู่ไปกับการรักษาพื้นที่ปลอดภัยให้ครอบครัว จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสมการที่ทั้งคู่ต้องแก้ทุกวัน
Google uruchomiło w Krakowie drugie biuro, wzmacniając rolę miasta jako jednego z kluczowych hubów inżynieryjnych koncernu na świecie. Nowa przestrzeń w kompleksie Tertium przy ul. Lublańskiej powstała na czterech piętrach budynku i oferuje 300 stanowisk pracy. Oprócz powierzchni biurowej przewidziano też laboratoria, sale konferencyjne, przestrzenie wspólne, stołówkę i kawiarnię.
Według dyrektorki krakowskiego oddziału Google Magdy Rabiej, lokalny zespół liczy obecnie ponad 400 specjalistów i nadal rośnie. Krakowskie centrum odgrywa istotną rolę w tworzeniu innowacji dla chmury obliczeniowej Google Cloud oraz systemów mobilnych. To z Krakowa rozwijane są fundamenty infrastruktury do przetwarzania danych, z których korzystają największe światowe przedsiębiorstwa.
Inżynierowie pracujący w dwóch krakowskich biurach – przy Rynku Głównym oraz w kompleksie Tertium – realizują projekty w ramach działu Platforms & Devices. Obejmują one m.in. innowacje w systemie Android, w tym rozwiązania na laptopy, tablety, komunikację biznesową oraz Android Auto, a także rozwój przeglądarki Chrome i całego ekosystemu webowego. W Krakowie prowadzone są również prace nad urządzeniami z linii Pixel oraz budową zaawansowanej infrastruktury inżynieryjnej (PDEIO), która wspiera te procesy.
Nowe biuro wpisuje się w szerszą obecność Google w Polsce. Koncern działa na rynku od 20 lat, a w biurach w Warszawie, Krakowie i we Wrocławiu zatrudnia łącznie około 3 tys. osób. Około 80 proc. polskiego zespołu stanowią programistki i programiści, co – według przedstawicieli firmy – czyni lokalny oddział jednym z najważniejszych ośrodków inżynieryjnych w globalnych strukturach Google.